*Nickae*'s profile*mostly i hate the way i...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 14

    Rabbit and The Moon

     
    ก ร ะ ต่ า ย   กั บ   ด ว ง จั น ท ร์

    R a b b i t   a n d   T h e   M o o n

     
     

     
    กระต่ายหลงรักดวงจันทร์ หลงรักจนหมดหัวใจ
    A rabbit's falling in love with the moon...Falling with the whole its heart.
    ทุกวันเจ้ากระต่ายน้อยจะเฝ้ารอเพียงแค่ว่าเมื่อไหร่ที่พระอาทิตย์จะลาลับขอบโลก
    Everyday the little rabbit's waiting when the sunset loses at the horizon.
    และเมื่อไหร่ที่ดวงจันทราจะขึ้นมาเยือนฟากฟ้าเสียที
    And the moon'll appear in the sky.
    เพียงแค่เห็นเสี้ยวจันทร์ กระต่ายก็ดีใจจนแทบจะเต้นรำให้พระจันทร์ดู
    See just a little part of the moon, the rabbit's so glad seem likes to wanna dance to the moon.
    และยิ่งได้เห็นจันทร์เต็มดวง กระต่ายก็ทำอะไรไม่ได้
    And when see the fullmoon, the rabbit can't do anything.
    นอกจาก...นั่งนิ่งๆ และเฝ้ามองพระจันทร์อยู่อย่างนั้น
    Just be still and watching the moon as it.
    จวบจนกระทั่งรุ่งเช้าที่จันทราต้องเอ่ยคำลาฟากฟ้าไป
    Until in the morning, the moon has to say goodbye from the sky.
    กระต่ายจะหลั่งน้ำตาริน
    Tear's falling down from the rabbit's eyes.
    ดวงดาวนับล้านนับพันบนท้องฟ้าก็มิอาจมีค่า
    Million stars on the sky no worth.
    เท่ากับจันทราเพียงดวงเดียว
    Like the one, the moon.
     
     
    แต่กระต่ายก็อาภัพ...จันทร์ไม่เคยเห็นแม้เงาของกระต่าย
    But the rabbit pursued by bad luck, the moon'd never seen just the shadow of the rabbit.
    เพราะพระจันทร์หลงรักพระอาทิตย์
    Because the moon's falling in love with the sun.
    แม้ไม่ได้อยู่ร่วมกัน แต่แค่เพียงได้พบกันไม่กี่นาทีบนฟากฟ้า
    Even lthough doesn't be together but just only meet in a few minute on the sky.
    ทั้งยามเย็นและยามเช้า เท่านั้นก็พอแล้วสำหรับพระจันทร์
    In the evening and morning, only just this it's enough for the moon.
    เพราะพระอาทิตย์...อยู่ในดวงใจของพระจันทร์เสมอ
    Because the sun is in the moon's heart always.
    ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม
    No matter what time goes by.
     
     
    แล้วในที่สุด กระต่ายก็ตรอมใจตาย
    Finally, the heart of the rabbit's out 'till she die.
    เพราะรักที่เฝ้ามอบให้ สายตาที่เฝ้ามองหา
    The love the rabbit gave, the eyes the rabbit watched...
    จันทราไม่เคยรับรู้...
    The moon'd never known.
     
     
    แต่ดูเหมือนกระต่ายจะไม่โชคร้ายจนเกินไปนัก
    But the rabbit didn't got bad luck much.
    เพราะคำอ้อนวอนสุดท้ายของกระต่ายตัวนั้น
    Because the last wish of that rabbit.
    ล่วงรู้ไปถึงเทพเจ้าบนสรวงสวรรค์
    Was known by the god in the heaven.
    ท่านสงสารเจ้ากระต่ายอาภัพตัวนั้นนัก
    He feels so sympathy with that perennailly unlucky rabbit.
    ท่านจึงประดับภาพของกระต่ายลงบนดวงจันทร์
    So he takes the rabbit's picture in the moon.
    กระต่ายดีใจ แม้จะรู้ว่า
    The rabbit feels so appreciated although the rabbit'd known.
    หัวใจของพระจันทร์ยังคงมอบให้พระอาทิตย์ตลอดมาและจะตลอดไป
    The moon's heart still give to the sun always and forever.
    แต่กระต่ายก็ยังดีใจ...ที่อย่างน้อยๆ ก็ยังมี...
    But the rabbit's so glad, at least...
     
     

    " เ ง า ก ร ะ ต่ า ย ใ น จั น ท ร า "

    " T h e r e ' s   t h e   r a b b i t ' s   s h a d o w   i n   t h e   m o o n "
     
     
    March 18

    Book Tag

    อ่า...ไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเล่นกันยังไง แต่ก็น่าสนใจและยังปลูกจิตสำนึกให้รักการอ่านไปในตัว (เกี่ยวมั้ยเนี่ย --") 

    จึงน้อมรับมาพิจารณาอย่างความเต็มใจด้วยประการทั้งปวง
    มีอะไรทำสนุกๆ อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาอาการแปรปรวนในใจให้สงบลงได้ชั่วคราว
    แถมยังได้มิตรภาพดีๆ จากเพื่อนใหม่กลับมาอีกด้วย

    ขอบคุณมากนะคะ ^O^

    Go to nett Space : nett

    เค้าเรียกว่า Book Tag มีหลักการเล่นง่ายคือ...

    หาหนังสือในดวงใจหรือใกล้ตัวมาหนึ่งเล่ม

    เปิดหน้า 123

    เลือกประโยคที่ 4-7 มาโพสลงในบลอก

    พร้อมกับจะต้องทำการ Book Tag ไปยังเหยื่อรายใหม่อีก 2 ราย 55+

    อ้อ...อย่าลืมโพสชื่อหนังสือและคนแต่งด้วยนะจ๊ะ
     

    หนังสือที่ข้าพเจ้าเลือกมาโพสในที่นี้นั้นมีชื่อว่า...

    Love at First Read โดย 'ปราย พันแสง

     

     

    ความจริงเป็นคนชอบอ่านหนังสือนะ (โดนแม่บ่นทุกวันเรื่องหนังสือจะทับหัวตายเข้าสักวัน  - -")

    ไม่ขอบอกว่า เล่มนี้เป็นเล่มที่ชอบที่สุด แต่ขอใช้ว่า เป็นเล่มที่ทำให้สะดุดใจมากที่สุด จะดีกว่า

     

    1. ชื่อหนังสือ...โอ้ววว เห็นเป็นต้องร้องคำนี้ก่อนเลย อะไรมันจะขนาดนั้นต้องพิสูจน์ซะหน่อย

    2. เพราะชอบสไตล์การเขียนของท่านผู้นี้เป็นอย่างมาก ฮีโร่หญิงในดวงใจ ^^

    3. เปิดดูด้านในคร่าวๆ (ใครซื้อหนังสือไม่เปิดเลย ขอเถียงสุดใจ นอกจากซื้อไปฝากเค้าหรือเค้าผนึกไว้ไม่ให้แกะนั่นแหละ) โอ้ววว...จอร์จ เป็นการตอบอีกเมลล์ระหว่างบุคคล 2 คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ชอบจัง...

    4. เหตุผลสุดท้าย (ค่อนข้างจะไร้เหตุผลในการเลือกซื้อหนังสือไว้สำหรับอ่าน...เน้นว่าสำหรับอ่านนะ!...ซึ่งเหมือนชีวิตตัวเองในตอนนี้จัง --") เล่มเล็กกะทัดรัดชะมัด ปกก็อาร์ต กระดาษรีไซเคิลสีนวลถนอมสายตาอีกต่างหาก ถึงจะแพงไปนิดเมื่อเทียบกับขนาดแล้ว แต่ก็ซื้อมาจนได้ ก็มันอยากอ่านนี่!

     

    เนื้อหาใจความตามหนังสือที่ข้าพเจ้าเลือกมีดังนี้

     

    ผมยอมรับว่าช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของเรามันมีมาก แต่ผมไม่คิดว่ามันจะไม่มากมายเท่าที่คุณคิด คุณน่ะใจร้อนเกินไป ดูเหมือนกับคุณอยากรีบเติมทุกอย่างลงไปในช่องว่างเหล่านั้น

     

    สำหรับเหยื่อรายต่อไป...เอ๊ย! ไม่ใช่สิ ผู้โชคดีอีก 2 ท่านรายต่อไป ที่ได้รับการ Book Tag ได้แก่...

    แถ่น...แทนน...........แท๊นนนน!!!

     

    Go to The Angie Space : The Angie

     

    Go to Jack SpaceJack

     
    ขอให้สนุกกับการเล่น Book Tag นะคะ
    แล้วคุณจะพบว่า ประโยคๆ นึง ครั้งนึงคุณก็แค่อ่านผ่านเลยไป โดยไม่มีความหมายอะไร แต่เมื่อคุณย้อนกลับมาอ่านมันอีกครั้ง มันมีอะไรแฝงอยู่โดยที่คุณเองอาจนึกไม่ถึง!
     
    ps. เอ...ทำไมข้อความใน Book Tag เหมือนกับเค้ากำลังพูดกับตัวเราเองอยู่เรยล่ะ - -" เป็นเรื่องบังเอิญหรือใครดลบันดาลให้หยิบเล่มนี้มานะ ขอบคุณมากจริงๆ ที่ทำให้คิดอะไรได้จากประโยคเดิมๆ ที่เคยอ่านผ่านเลยไป...

    February 04

    แด่ทุกคน...ที่มีรัก

    คนหลายคู่ได้พบกัน ได้เรียนรู้กัน แต่ยังเคลือบแคลงในการมีอยู่ของกันและกัน
    บางครั้ง ความรักก็ใจร้าย หลอกให้เราเชื่อใจ มั่นใจ แอบคิดไปต่างๆ นานา
    ท่าทีและเหตุการณ์บางอย่างทำให้เรานอนใจว่า
    เขาคือคนที่ตามหา และเราคือคนที่เขาต้องการมาตลอดชีวิต
     
    ค ว า ม รั ก ห ล อ ก ใ ห้ เ ร า ค า ด เ ด า - แ ล ะ ห ล า ย ค รั้ ง ที่ เ ร า เ ด า ผิ ด
     
    เหมือนๆ กับที่คนหลายคู่สร้างกำแพงหรือกระจกบางๆ ขึ้นมากั้นระหว่างกัน
    ไม่กล้าแสดงตัวตน ไม่กล้าบอกความรู้สึกถึงการมีอยู่ของความรัก
    เมื่อหัวใจไม่กล้าตั้งคำถามเพราะไม่แน่ใจถึงการมีอยู่
    สุดท้ายสิ่งที่ทั้งคู่ทำได้ก็คือ...
    การเดินหันหลังจากกันไป พร้อมกับความเคลือบแคลงในหัวใจระหว่างกัน
     
    คนสองคนไม่แน่ใจว่า ต่างเป็นคู่แท้ของกันหรือเปล่า
    เพราะไม่มีสัญญาณอะไรบ่งบอกความนัย
    คนสองคนคล้ายคนหลงป่าที่ต้องการเพียงเข็มทิศชี้ทาง
    แม้จะแอบเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าทางนั้นจะเป็นทางออก
    แต่เขาก็ไม่อยากก้าวขา เขาต้องการเพียงเธอยื่นเข็มทิศให้
    เพื่อที่เขาจะได้มั่นใจว่า นั่นแหละคือทางออก
    แต่เมื่อไม่มีเข็มทิศ เมื่อเธอไม่แสดงตัวตน
    ความรักก็ได้แต่อับจนหนทาง และสุดท้าย...หั ว ใ จ ก็ ร้ อ ง ไ ห้
     
    สุดท้าย-ก็อาจหาญแสดงตัวตนต่อหน้าเขา
    ในวันที่คิดว่าเขาคือคนที่เราตามหามานานแสนนาน
     
    แด่ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ไม่มีตัวตน
    การเป็นฝ่ายเริ่มแสดงตัวตน ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด
    ในการที่จะค้นพบ "ตัวตน" ของบางคนที่เฝ้ารอ
     
    บ า ง ที ก า ร เ ฝ้ า ร อ อ ยู่ กั บ ค ว า ม เ ค ลื อ บ แ ค ล ง ส ง สั ย ก็ ยั ง มี ค่ า
    ม า ก ก ว่ า ก า ร แ ส ด ง ตั ว ต น อ อ ก ไ ป อ ย่ า ง ไ ร้ ค่ า
     
    อย่างน้อย การนั่งคุยกับตัวเองเหงาๆ เพียงลำพัง
    ก็ยังดีกว่าการพยายามพูดคุยกับบางคนที่ไม่มีหัวใจให้
    เพราะเมื่อเราอยู่กับตัวเอง เรารู้ว่าเรามีตัวตน ณ ที่แห่งหนึ่งของโลก
    ซึ่งต่างกันลิบลับกับความรู้สึกในตอนที่เขามองผ่าน
    เราไม่มีตัวตนในสายตาเขา แม้ว่าเราจะยืนอยู่ตรงหน้าเขา
    และ...ล ม ห า ย ใ จ แ ท บ จ ะ ริ น ร ด กั น ก็ ต า ม
     
     
    ตัวตนที่เฝ้ารอ (โซลเมท...คนรักจากฟากฟ้า)
    โดย...พึงเนตร อติแพทย์
     
     
     
     
     
     
     
    ... สุ ข สั น ต์ วั น ว า เ ล น ไ ท น์ ( ล่ ว ง ห น้ า ) ทุ ก ๆ  ค น ...
     
     
    ... W a k e  m e  u p  w h e n  F e b r u a r y  e n d s ...
     
     
     
     
     
    English Version Click Here.
    January 04

    What does he/she think about you???

    Image hosted by Photobucket.com

     
    เคยใช่ไหม? เวลาที่มีเพศตรงข้ามเข้ามาทำสนิทสนมกับเรา
    แต่จนแล้วจนรอดเราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมาไม้ไหน จะเอายังไงกับเรากันแน่
    ลองสังเกตเรื่องที่เขาหรือเธอชอบคุยกับเราสิ แล้วจะรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไรกับเรา
    ลองดูสิว่า...เขาหรือเธอชอบชวนคุยเรื่องงานอดิเรกที่ชอบเหมือนกัน,
    เรื่องชีวิตประจำวัน, เรื่องงาน, เรื่องชีวิตในอดีต, เรื่องความฝันในอนาคต,
    เรื่องข่าวสารทั่วไป, เรื่องดินฟ้าอากาศ หรือจะเป็น เรื่องหนังหรือเพลงใหม่ๆ

                      เช็ก! เช็ก! เช็ก!                  

     

     Image hosted by Photobucket.com Image hosted by Photobucket.com
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องงานอดิเรกที่ชอบเหมือนกัน         
    แสดงว่า เขาสนใจคุณอยู่บ้างล่ะ เพียงแต่จะสนใจแค่ไหน
    ขึ้นอยู่กับท่าที และความถี่ที่เข้ามาคุยกับคุณ
    ถ้ามีอาการประมาณว่า...
    คุยกันไปสบตากันไป หรือเสียงหวานผิดปกติ นี่ก็มั่นใจได้ขึ้นอีก
    ยิ่งถ้ามีการชวนไปทำกิจกรรมงานอดิเรก เช่น...
    ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน ก็ชวนไปซื้อหนังสือด้วยกัน ก็แน่ใจขึ้นได้อีกหน่อย
    (ความเป็นไปได้ 50-60%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องชีวิตประจำวัน         
    ถึงจะเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างเช่นประเด็นว่า...
    วันนี้ไปทำอะไรมา
    แต่ลองมาชวนคุยกันทุกวันนี่ ก็ให้ผิดสังเกตได้เลยล่ะ
    แล้วยิ่งเป็นเรื่องเพลนๆ แต่คุยกันได้เป็นนานสองนาน
    คุณเล่าเรื่องวันนี้ให้เขาฟัง...เขาเล่าชีวิตวันนี้ให้คุณฟัง
    แบบนี้แหละ...ลงเอยกันมาหลายรายต่อหลายรายแล้ว
    (ความเป็นไปได้ 65-75%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องงาน          
    อันนี้ดูยากหน่อยนะ! ก่อนอื่นต้องวิเคราะห์ก่อนว่า...
    ฝ่ายตรงข้ามทำงานที่เดียวกับคุณ หรือทำงานในฟิลด์เดียวกับคุณหรือเปล่า
    ถ้าใช่ โอกาสก็จะน้อยลงไปหน่อย
    ยกเว้นแต่คุณจะรู้สึกว่าเขาหรือเธอคุยกับคุณมากเป็นพิเศษ
    เจาะลึกเปิดเผยกว่าใครคนอื่นๆ ที่เขาคุยด้วย
    ที่ค่อยน่าคิดหน่อยนะ...
    (ความเป็นไปได้ 40-55%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องชีวิตในอดีต         
    คุยกันทีไรได้ขุดคุ้ยอดีตของแต่ละฝ่ายมาเล่าสู่กันฟัง
    เขาเล่าเรื่องแฟนเก่ามา...คุณก็เลยเล่าเรื่องเรื่องกิ๊กเก่าไป อะไรประมาณนี้
    รับรองว่าอีกฝ่ายต้องสนใจคุณอยู่พอดู
    ไม่งั้นไม่ลงทุนเล่าชีวะประวัติให้ฟังขนาดนั้นหรอกน่า
    (ความเป็นไปได้ 75%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องความฝันในอนาคต         
    อันนี้มีอัตราเสี่ยงสูง!
    ต้องดูว่าอีกฝ่ายชอบคุยเรื่องนี้กับคนอื่นด้วยหรือเปล่า
    หรือมาชวนคุณคุยเรื่องนี้เพราะคุณอาจมีคุณสมบัติบางอย่าง
    ที่ชวนให้ฝันของเขาหรือเธอเป็นจริงได้หรือไม่
    แต่ถ้าที่สุดแล้วเขาหรือเธอที่ท่าทีอื่นๆ ที่ดูเป็นพิเศษกับคุณเท่านั้น
    ประมาณว่าเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังคนเดียวนะ
    อย่างนี้ก็มีสิทธิ์ลุ้นล่ะ!
    (ความเป็นไปได้ 50-80%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องข่าวสารทั่วไป          
    กรณีนี้ค่อนข้างแน่ใจได้เลยว่า...ไม่มีอะไรในกอไผ่
    โอกาสที่คนที่จะเข้ามาจีบคุณ แล้วยกเรื่องนี้มาคุยมันน้อยมากเลยล่ะ
    เขาหรือเธอน่าจะชอบสนทนาวิสาสะเรื่องข่าวสารกับคุณ
    เพราะคุณมีความเห็นที่คล้ายๆ กัน
    หรือมีมุมมองต่อโลกที่คล้ายๆ กันเท่านั้นแหละ!
    (ความเป็นไปได้ 30%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ         
    คุยกันบ่อย แต่คุยทีไรมักเป็นเรื่อง
    "วันนี้ร้อนจัง" หรือไม่ก็ "พรุ่งนี้ฝนตกแน่นอน"
    อย่างนี้ขอบอกให้ตัดใจไปเลยดีกว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก
    หรือถึงจะเกิดความก้าวหน้าใดๆ ในความสัมพันธ์ได้ละก็
    คงต้องรออีกซัก 15 ปีข้างหน้าตอนบ่ายๆ
    แล้วมีฝนตกพร้อมแดดออกนั่นแหละ
    (ความเป็นไปได้ 8%)
     
               ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยหนังหรือเพลงใหม่ๆ         
    อันนี้เข้าข่ายคล้ายๆ กรณีที่ชอบชวนคุยเรื่องงานอดิเรกนั่นแหละ
    แต่ดูดีๆ ว่าเขาหรือเธออาจแค่ชอบคุยเรื่องหนังเรื่องเพลงอยู่แล้วหรือเปล่า
    แล้วคุณก็บังเอิญพอจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่ ก็เลยคุยกันได้ถูกคอ
    แต่ในมุมกลับกัน...ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบดูหนังฟังเพลงนัก
    แต่คุณเองน่ะชอบอยู่ไม่น้อย
    แล้วเขาก็พยายามเอาใจคุณด้วยเรื่องเหล่านี้ล่ะก็...
    แสดงว่ามีสิทธิ์นะ...มีสิทธิ์เชียว!
    (ความเป็นไปได้ 50-75%)
     
              ถ้าเขา/เธอชอบชวนคุยมันซะทุกเรื่องทุกวัน         
    อันนี้ไม่ต้องสงสัยเลย เขาจีบแน่ๆ เชียว
    ถึงท่าทีจะไม่สวีตจี๋จ๋า แต่ลองคุยกันได้ทุกเรื่องบ่อยๆ ขนาดนี้
    รายนี้มาแน่...ไม่ต้องห่วงมาแน่ๆ!
    (ความเป็นไปได้ 95-100%)
     
     
    ที่มา: คอลัมน์ Check โดย ระฆังช่วย 
    (Hamburger Magazine) 
     
     
     
    #@&~*//&%$!@+~++/-"*&$#!@#~ #@&~*//&%$!@+~
    October 07

    Don't ask...

    Don't ask...
     
    If you ask me...Do I have anything to tell?
    ...I mightn't be brave to tell.
     
    If you ask me...Do I have any words to tell about the cause?
    ...I mightn't do just blink my eyes.
     
    If you ask me...Is that girl fit for you?
    ...I don't answer.
     
    If you ask me...How important of you for someone?
    ...I mightn't brave to look in your eyes.
     
    If you ask me...Do I have anything to tell...anything that disturb me?
    ...I mightn't already answer.
     
    If you ask me...Will you have someone to be love?
    ...I can't tell.
     
    So, please don't ask again anymore.
    I won't answer your question no matter what!
    'The relationship' I called it like that.
    Makes me can't do anything because of this word!
     
    Please don't ask...
    The relationship's starting to grow up.
    If there's something changing it suddenly.
    I might no different like someone who walks alone beside a stranger.
     
    Don't ask...
    Because I'm holding on this relationship as long as possible.
    But don't know myself I'm stepping across.
     
    Please don't ask...
    Because if I answer this time, you and me might be back to start again sure!
     
    The noisy silence
    (By Karl Trong Kan)

    อย่าถาม...
     
    หากเธอถามฉันว่า...มีเรื่องใดๆ เล่าสู่กันฟังมั้ย?
    ...ฉันคงไม่กล้าเล่า
     
    หากเธอถามฉันว่า...มีคำใดจะบอกเล่าที่มากันได้บ้าง?
    ...ฉันคงไม่แต่กะพริบตา
     
    หากเธอถามฉันว่า...คนๆ นั้นเหมาะสมกับเธอมั้ย?
    ...ฉันคงไม่ขอตอบ
     
    หากเธอถามฉันว่า...เธอมีค่ามากน้อยแค่ไหนกับใครสักคน?
    ...ฉันคงไม่ยอมสบตา
     
    หากเธอถามฉันว่า...ฉันมีเรื่องไม่สบายใจใดๆ จะเอ่ยมั้ย?
    ...ฉันคงไม่พร้อมจะตอบ
     
    หากเธอถามฉันว่า...เธอจะมีใครมารักบ้างมั้ย?
    ...ฉันบอกไม่ได้
     
    ฉะนั้นได้โปรดอย่าถามอีกเลย
    ยังไงๆ ฉันก็ไม่ตอบเธอ
    มิตรภาพที่ฉันเป็นผู้สร้างคำขึ้นมาค้ำคอฉันอยู่
     
    อย่าถามอีกเลย...
    มิตรภาพที่กำลังจะงอกเงย
    หากปรับเปลี่ยนโดยพลัน
    ฉันคงไม่ต่างอะไรกันคนเดินคว้างๆ ข้างคนไม่รู้จัก
     
    อย่าถาม...
    เพราะว่าฉันกำลังจะรักษามิตรภาพแบบนี้ไว้ให้เนิ่นนาน
    แต่โดยไม่รู้ตัว ฉันกำลังจะก้าวข้ามมันไป
     
    อย่าถามอีกเลย...
    เพราะหากฉันตอบออกไปตอนนี้เธอกับฉันคงต้องเริ่มต้นกันใหม่แน่นอน
     
    ความเงียบที่เอะอะ
    (โดย กาลตรงกัน)

    Happiness without a reason...

    Happiness without a reason...
     
    Nonsense right?
     
    To using many times...
    In writing your name...
    Repeat writing in a book...
    Finish many lines and change...
    Finish many pages and change...
    Because of driving force at believe in...
    If I write someone's name till a pen's no ink...
    That one'll love me...
    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
     Nonsense right?
     
    To trying to go to the sea with you...
    Because believe in...
    If we stand in the beautiful place together...
    Binding might be happened...
    Because of the romantic location...
    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
    If it's really nonsense...
     
    But it makes me feel so good...
    Because happiness without a reason...
    Mostly never be in sense...
     
    Because of miss...so disturb
    (By Ton-Num)

    ความสุขไร้เงื่อนไข
     
    ไร้สาระใช่ไหม?
     
    การใช้เวลามากมาย...
    หมดไปกับการนั่งเขียนชื่อเธอ...
    เขียนซ้ำๆ ลงบนหน้าสมุด...
    หมดบรรทัด เปลี่ยนบรรทัด...
    หมดหน้า เปลี่ยนหน้า...
    ด้วยแรงผลักดันของความเชื่อที่ว่า...
    เมื่อเราเขียนชื่อใครจนปากกาหมึกหมด...
    ใครคนนั้นจะรักเรา...
    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
    ไร้สาระใช่หรือเปล่า?
     
    ที่หาเรื่องไปทะเลกับเธอ...
    ด้วยความเชื่อที่ว่า...
    ถ้าเราได้ไปยืนในที่สวยๆ ด้วยกัน...
    ความผูกพันจะก่อตัวขึ้น...
    เพราะบรรยากาศเป็นใจ...
    - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 
    ถ้ามันไร้สาระจริง...
     
    ก็รู้สึกดี...
    เพราะความสุขที่ไม่มีเงื่อนไข...
    มักจะไม่มีอยู่ในเรื่องที่เป็นสาระ...
     
    เพราะคิดถึง...จึงรบกวน
    (โดย ต้นน้ำ)
    October 04

    ...Hidden-love (English version)...

    I'd ever posted this story last time but I posted in Thai. Today I feel hav much energy. Well! I translate u in English. Hope u enjoy ;)
     
    "Am I wrong to tell I love him on his wedding day?"
     
    When I'm suddenly wake up in the morning.
    I find something to be unusual in my heart.
     
    Last night I dreamt of you.
    First time...in my dream...there's you!
    Am I falling in love with you?
    Oh my god! Oh no! Don't replace my P'Tik...get out!
     
    I expel you in long time till I'm so tired very hard.
    But you aren't out of my brain and my heart.
    When do I keep you in my heart?
    Damn! There're men around the world...more easier to find than the orange stalls.
    Why it must be you?
     
    I remembered...
    First day that I knew you because my friend introduced.
    Just a man who'd no style...dressed so so...face looked so so...looked arrogant so so...
    Came together with a little girl called "His girlfriend."
    My fat friend introduced like that.
    I wasn't interested in that much...just knew...
    Since this day we'll be in the same group.
    He's a new member that my friend quarantee...
    "He's good, maybe can talk with me because we like in the similar things.
    But different in my face doesn't look like his girlfriend
    Because his girlfriend's more beautiful than me."
    The man'd always no taste in woman...arhhh...
     
    We often started to go together (with group).
    Because I didn't like him in the hidden-love point.
    And hided to damn on him and his girlfriend quietly.
    He looked smart more...when I looked at his face more...
    Seem liked to have something more than word "So...so."
    We can talk in several things.
    As about travel, movies, people, thought.
    But I didn't think anything with him.
    Because clearly saw his left hand had no chance to put in his pocket.
    The empty between his five fingers were occupied by another five tapering fingers.
    Of one girl that everyone said she's more beautiful than me!
     
    Later he squabbled with his girlfriend time after time.
    And me who's he can confer with (I'm well-intentioned, don't give suggestion them to breakaway sure).
    The war's opened...
    Don't get me wrong! It wasn't because of me.
    Told that the first...
    We hadn't more deeper feeling than "Friends."
    And I'm sure I do everything suitably.
    I still be a friend that he can talk to in everything when he'd problems.
    In any case about his girlfriend or himself.
     
    Times gone by...
    Each others had dreams to reach.
    Sometimes our worlds turned to meet.
    And sometimes seem liked it flied away.
    I missed him sometimes.
    Sometimes forgot "Friend-relationship."
    Even though still contact lightly.
    But we're always understanding fully.
    Not more or less...it's a good feeling.
    That we always stayed beside friends when friends needed us.
    Really just it...in my mind.
     
    Today...he already marries! Just last night...
    I come to his party to congratulate with him.
    That he gets the bride who's not more beautiful than me (choose well).
    ...Err do I love him?
    Am I wrong...to love him on his wedding day?
    All times past...how many girlfriends does he have?
    But he still has me to be his friend always in...
    Our "Friend-relationship."
    When does it become love...shit?
     
    So last night's first night.
    That I kept him to sleep in bed beside me.
    And slept as same time as saw his face.
    So it's not strange in the morning.
    That I wake up and still see him in dream and reality.
    And obviously feel in my heart.
    What? It's a dream or I'm dazed?
     
    You're sleeping tightly...
    Hear snore quietly beside me.
    So I gaze again for sure.
    ...It's real you! You in reality not dream!
     
    Don't get me wrong...I'm not a paramour of anyone in his wedding day!
    Oh!...I forgot to tell that...
     
    Last night I went to his party in status...
    His "Bride".
    The man tasted like him had to meet me.
     
    Although how many girls that he'd ever belonged to.
    But today...he's mine.
    The man who's I don't know when do I've hidden-love with?
    Even me don't know myself.
    I've ever never told him anytime.
    Just last night...that my sign showed!
     
    I've hidden-love with my man!
    Chu...Chu! Don't be noisy!
    Although first time I knew he snores when he sleeps.
    But what I have to do...? I already love him!
     
    Hidden-love a man who belongs to...? By W. Waen
    (Love stories in the part of 'Hidden-Love')
    Thai version Click HERE
     
    ps. Not sure YOU...who's the foreigner...who visits my space will understand. Cos my English's so poor - -". Hope u understand the story!
    August 14

    ...Hidden-love (Thai version)...

    I juz read this story last night and very very like it. So today I'll write in Thai language so sorry if you can't read it T_T. I juz want my friends understand well and it's much more fun if I write in Thai ^o^


    "ผิดไหม? ที่ฉันบอกรักเค้าในวันที่เค้าแต่งงาน"

    ทันทีที่ฉันลืมตาตื่นในตอนเช้า
    ฉันก็ค้นพบความผิดปกติบางอย่างในหัวใจ

    เมื่อคืนฉันฝันเห็นคุณ!
    ครั้งแรก...ในฝันของฉัน...ที่มีคุณ!
    ฉันตกหลุมรักคุณเข้าแล้วหรือนี่!
    โอ้พระเจ้า! ไม่นะ! อย่ามาแทนที่พี่ติ๊กของฉัน...ออกไป!

    ฉันไล่คุณอยู่นานจนเหนื่อยหอบ
    คุณก็ไม่ยอมออกไปจากสมองและหัวใจฉันซักที
    นี่ฉันเอาคุณมาไว้ในหัวใจตั้งแต่เมื่อไหร่?
    ให้ตายเหอะ! ผู้ชายมีทั่วโลก หาง่ายยิ่งกว่าแผงขายส้ม
    ทำไมต้องเป้นคุณด้วยนะ?

    ฉันจำได้ว่า...
    ฉันรู้จักคุณวันแรกจากที่เพื่อนแนะนำให้รู้จัก
    ผู้ชายไร้มาด แต่งตัวงั้นๆ หน้าตางั้นๆ ฟอร์มหยิ่งไปงั้นๆ
    เคียงข้างมากับสาวน้อยนางหนึ่ง สมญาณามว่า "แฟนมัน"
    เจ้าเพื่อนอ้วนของฉันแนะนำว่าอย่างนั้น
    ฉันไม่ได้สนใจเท่าไหร่ รู้แค่ว่า...
    นับจากนี้ไปเราจามาอยู่ฝูงเดียวกัน
    เป็นสมาชิกใหม่ที่เพื่อนฉันการันตรีว่า
    "เป็นคนดี คุยรู้เรื่อง น่าจะคุยถูกคอกับฉัน
    เพราะชอบอะไรคล้ายๆ กัน
    ต่างกันตรงที่ฉันไม่ได้หน้าเหมือนแฟนเขา
    เพราะแฟนเขาสวยกว่า"

    ผู้ชายมักไม่มีรสนิยมเรื่องผู้หญิงเสมอ
    เราเริ่มไปไหนมาไหนกันบ่อยครั้งมากขึ้น (ไปกันเป็นหมู่)
    เพราะฉันไม่ได้พิศวาสเค้าถึงขั้นแอบหลงรัก
    และแอบชาปแช่งให้เลิกกับแฟนอยู่อย่างเงียบๆ
    เค้าเริ่มหน้าตาดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมองหน้ากันมากขึ้น
    ดูมีอะไรมากขึ้นกว่าคำว่า "งั้นๆ"
    เราคุยกันถูกคอหลายเรื่อง
    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเที่ยว เรื่องหนัง เรื่องผู้คน มุมมองความคิด
    แต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับเค้า
    เพราะมองเห็นอยู่ทนโท่ว่า...
    มือซ้ายของเค้าไม่เคยมีโอกาสล้วงกระเป๋า
    ช่องว่างระหว่างห้านิ้วนั้นถูกปิดมิดด้วยอีกห้านิ้วเรียวๆ
    ของผู้หญิงที่ใครๆ ว่าสวยกว่าฉัน!

    พักหลังๆ เค้าระหองระแหงกับแฟนอยู่บ่อยครั้ง
    โดยมีฉันเป็นที่ปรึกษาชั้นยอด (นิสัยฉันดีพอ ไม่ได้ปรึกษาให้แตกแยกแน่นอน)
    สงครามเกิดขึ้น...
    อย่าเข้าใจผิดคิดว่ามันสืบเนื่องมาจากฉัน
    ก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า...
    เราไม่มีอะไรลึกซึ้งเกินคำว่า "เพื่อน"
    และฉันก็มั่นใจว่าตัวเองประพฤติชอบ
    ฉันยังเป็นเพื่อนที่พร้อมจะพูดคุยกับเค้าได้ทุกเรื่องที่เค้ามีปัญหา
    ไม่ว่ากับแฟนหรือเรื่องส่วนตัว

    เวลาผ่านไป...ฉันและเค้า
    ก็ต่างมีเรื่องความฝันของตัวเองที่ต้องเดินทาง
    โลกของเราอาจหมุนมาเจอกันบ้างในบางครั้ง
    และในบางครั้งก็เหมือนลอยห่างออกไปบ้าง
    ฉันคิดถึงเค้าเป็นบางครา
    บางเวลาก็ลืม "ความเป็นเพื่อน"
    แม้จะยังสื่อสารกันอย่างเบาบาง
    แต่ความเข้าใจก็ยังถูกเติมเต็มอยู่เสมอ
    ไม่มากขึ้น ไม่น้อยลง เป็นความรู้สึกดี
    ที่เราต่างพร้อมจะอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอในวันที่เพื่อนต้องการ
    แค่นั้นจริงๆ...ในความคิดของฉัน

    วันนี้...เค้าแต่งงานแล้ว! เมื่อคืนนี้เอง...
    ฉันไปงานเค้าด้วยนะ ไปแสดงความยินดีกับเค้า
    ที่เค้าได้เจ้าสาวที่ไม่ได้สวยไปกว่าฉัน (ตาถึง)
    ...หรือฉันจะรักเค้า?
    ฉันผิดไหม...ที่มารักเค้าในวันที่เค้าแต่งงาน
    ตลอดเวลาที่ผ่านมา...เค้ามีแฟนมากี่คน...
    แต่เค้าก็ยังมีฉันเป็นเพื่อนเสมอ
    "ความเป็นเพื่อน" ของเรา
    มันกลายเป็นความรักตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ?

    เมื่อคืน...จึงเป็นคืนแรก
    ที่ฉันพกเค้าเข้ามานอนเข้ามานอนร่วมเตียงด้วย
    และหลับไปพร้อมๆ กับหน้าเค้า
    ตื่นเช้ามาเลยไม่แปลก
    ที่ฉันก็ยังตื่นขึ้นมาเจอเค้าทั้งในความฝันและความจริง
    พร้อมความชัดเจนในหัวใจตัวเอง
    เอ๊ะ! นี่ฉันฝันไปหรือเบลอกันแน่!

    คุณกำลังนอนหลับสนิท...
    ได้ยินกรนเบาๆ อยู่ข้างๆ ฉัน
    ฉันจึงเพ่งมองอีกทีเพื่อความแน่ใจ
    ...เป็นคุณจริงๆ คุณในความจริงไม่ใช่ความฝัน!

    อย่าเข้าใจผิด...ฉันไม่ได้เป็นชู้กับใครในวันคืนแต่งงานของเค้าหรอกนะ
    ฉันลืมบอกไป...

    เมื่อคืน! ฉันไปงานของเค้าในฐานะ...
    "เจ้าสาว" ของเค้าค่ะ
    ผู้ชายมีรสนิยมอย่างเค้า ก็ต้องเจออย่างฉันนี่แหละ

    ถึงเค้าจะเป็นผู้ชายของใครต่อใครมากี่คน...
    แต่วันนี้...เค้าเป็นผู้ชายของฉัน
    ผู้ชายที่ฉันแอบหลงรักตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
    แม้แต่ตัวฉันเองก็ยังไม่รู้
    ฉันไม่เคยสารภาพรักกับเค้าซักครั้ง
    เพิ่งเมื่อคืนนี้เอง...ที่อาการมันออก!

    ฉันแอบหลงรักผู้ชายของฉัน!
    จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปค่ะ...
    แม้จะเป็นครั้งแรกที่รู้ว่าเค้านอนกรน
    แต่ทำไงได้ล่ะ...? ฉันรักเค้าแล้วนี่!...

    แอบรักผู้ชายของ...? โดย ว.แหวน
    (Love stories ฉบับ แอบรัก)

    English version Click HERE

    ps. Nice and happy ending story! She's so lucky! Wanna be like her.